สถาบันสอนร้องเพลง และ ดนตรี หลักของ GMM Grammy นำทีมโดย ครูเจ

เลือกภาษา

ประสบการณ์การร้องประสานเสียงมีความจำเป็นอย่างไรสำหรับนักร้องคุณภาพ

Share :

 

เมื่อต้นเดือนสิงหาคมที่ผ่านมาครูนุ้ยได้มีโอกาศเดินทางร่วมกับคณะนักรัองประสานเสียง The Bangkok Voices ในฐานะนักร้องและ Vocal Coach ของวง เข้าร่วมมหกรรมขับร้องประสานเสียง Andrea O. Veneracion International Festival 2013 ณ กรุงมานิลา ประเทศฟิลิปปินส์ โดยการเชิญจากศูนย์วัฒนธรรมแห่งชาติฟิลิปปินส์ ในงานนี้เป็นการรวมตัวของนักร้องจากนานาประเทศกว่าหนึ่งพันคน เพื่อร่วมแข่งขันและร่วมขับร้องในการแสดงคอนเสิร์ตต่างๆในแนวเพลงประสานเสียง Acappella ที่ไม่มีเครื่องดนตรีใดๆบรรเลงประกอบ ซึ่งนักร้องทุกคนที่เข้าร่วมงานในครั้งนี้ล้วนแล้วแต่เป็นนักรัองคุณภาพ มีทักษะการร้องและทักษะด้านดนตรีที่ดี อีกทั้งยังมีประสบการณ์มากมายระดับโลกเลยทีเดียว ครูนุ้ยจึงอยากนำประสบการณ์และข้อคิดดีๆบางส่วนมาแบ่งปันให้ชาว Grammy Vocal Studio ด้วยครับ

อย่างแรกที่ครูนุ้ยสัมผัสได้คือ นอกจากนักร้องทุกคนจะมีทักษะการร้องที่ดีเยี่ยมแล้ว ทุกคนยังมีความรู้ทางด้านดนตรีอย่างดีด้วย สังเกตได้จากอะไรน่ะหรือครับ ก็แนวเพลง สไตล์เพลงที่ร้องที่มีความหลากหลายมาก มีทั้งเพลงคลาสสิคสมัยห้าร้อยปีที่แล้วไปจนถึงเพลงเพลงสมัยใหม่ที่เรียกว่า Contemporary ซึ่งมีการใช้เสียงลักษณะแปลกๆ นอกจากนั้นก็ยังมีทั้งแนวเพลงโฟล์คพื้นบ้านและแนวเพลง Pop, Jazz ที่เราคุ้นเคยกันดี แนวเพลงที่กล่าวมานี้มีรายละเอียดทางด้านดนตรีที่แตกต่างกันออกไป และยังต้องร้องในลักษณะ Acappella จึงต้องใช้ทักษะการร้องอย่างสูงบวกกับความรู้ความเข้าใจและทักษะทางด้านดนตรีอย่างดี
สิ่งที่น่าสังเกตก็คือ ครูนุ้ยได้ทราบว่านักร้องหลายคนก็ไม่ได้เรียนเอกขับร้อง หรือเรียนเอกทางด้านดนตรี แต่นักร้องเหล่านั้นก็ได้ถ่ายทอดบทเพลงออกมาได้อย่างดีทั้งด้านเสียงร้องและเนื้อหาดนตรี แล้วเค้าเรียนรู้สิ่งพวกนี้มาจากไหนล่ะ
ถ้าเป็นเรื่องการร้องยังพอเดาได้ว่าบางคนอาจจะมีพรสวรรค์มากๆ แต่เรื่องทักษะความรู้ด้านดนตรีนี่ซิ ถ้าไม่ได้ถูกสอนหรือรับการฝึกมาก็ไม่สามารถจะเข้าใจได้ลึกซึ้งและปฏิบัติออกมาได้พร้อมเพรียงกันอย่างดีขนาดนั้น เมื่อได้พูดคุยสอบถามไปก็ได้ทราบว่าทักษะด้านดนตรีเหล่านั้นพวกเขาได้เรียนรู้จากการเข้าร่วมร้องในวงขับร้องประสานเสียง ไม่ว่าจะเป็นการอ่านโน้ต การฝึกฟังเสียงให้ตรงโน้ต ทักษะด้านจังหวะต่างๆ การเน้นเสียงเน้นจังหวะและโน้ตต่างๆ การวิเคราะห์เพลงทำความเข้าใจเพลงเพื่องการร้องที่ถูกต้องเหมาะสม ฯลฯ ซึ่งได้รับการสอนจาก Conductor หรือผู้คุมวง  จากประสบการณ์การร้องร่วมกันกับนักร้องคนอื่นๆ และจากการร้องโดยการอ่านโน้ตเพลง

อย่างที่สองที่ครูนุ้ยสังเกตเห็นก็คือ นักร้องที่เข้าร่วมงานเหล่านั้น ทุกคนร้องเพลงได้หลากหลายแนวเพลง ทุกคนร้องในทุกๆแนวเพลงที่ครูนุ้ยกล่าวมาข้างต้น ซึ่งก็สามารถร้องออกมาได้ดีและถ่ายทอดแต่ละแนวเพลงออกมาได้แตกต่างชัดเจนตามสไตล์และเทคนิคการใช้เสียงที่ควรจะเป็น เป็นเพราะเหตุใดน่ะหรือครับ ครูนุ้ยได้ทราบจากเพื่อนนักร้องเหล่านั้นว่า เขาไม่ปิดกั้นที่จะร้องเพลงในสไตล์ที่ต่างออกไปจากที่เขาชื่นชอบ พูดง่ายๆก็คือไม่เลือกเพลง ไม่เกี่ยงว่าจะเป็นเพลงแนวไหน สไตล์อะไรชอบหรือไม่ชอบ ถนัดหรือไม่ถนัด เคยร้องมาแล้วหรือไม่ มีอะไรมาให้ฝึกให้ร้องก็ร้องหมด ถือเป็นโอกาศที่จะได้ฝึกเทคนิคการใช้เสียงพัฒนาเสียงร้องตัวเอง อีกอย่างที่เขาบอกก็คือการที่ได้มีประสบการณ์ร้องในวงขับร้องประสานเสียงทำให้เขามีทักษะการใช้เสียงเพิ่มขึ้นเป็นอย่างมาก ไม่ว่าจะเป็นการฝึกเรื่อง Intonation (การร้องให้ตรงโน้ตตรงคีย์ ไม่เพี้ยน) ฝึกทักษะการฟังแยกเยะระดับเสียง ฝึกการร้องเสียงประสาน ฝึกปรับโทนเสียงให้เข้ากันกับคนอื่น ฝึกเรื่องอารมณ์เพลง ฝึกการสร้าง Dynamic ในเสียงร้องของตัวเอง ฯลฯ ซึ่งทักษะพวกนี้ถ้าฝึกร้องเพลงเดี่ยวๆเองอาจจะไม่สามารถพัฒนาได้มากเท่าไหร่ อันนี้ครูนุ้ยเห็นด้วยเป็นอย่างยิ่งครับ ยืนยันได้จากประสบการณ์ของครูนุ้ยที่เรียนจบเอกขับร้อง เอกดนตรี จากมหาวิทยาลัยมา คนที่เรียนเอกขับร้องจะต้องเรียนวิชาร้องประสานเสียงกลุ่ม ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มใหญ่หรือกลุ่มเล็ก ซึ่งเป็นวิชาบังคับ เพื่อให้นักศิกษาฝึกทักษะการใช้เสียง การร้องให้เข้ากับเสียงอื่นๆในกลุ่ม และฝึกทักษะทางด้านดนตรีต่างๆที่สามารถนำไปใช้ในการฝึกเพลงเดี่ยวของตัวเองได้ด้วย เคยสังเกตไหมครับว่าทำไมบางคนถ่ายทอดเพลงออกมาได้ดีมาก ฟังแล้วเคลิ้มตาม อินตาม นั่นแหละครับเหตุผลมาจากเขามีทักษะพวกนี้ร่วมด้วยเวลาร้องเพลง

ประสบการณ์จากการเข้าร่วมมหกรรมขับร้องประสานเสียงระดับนานาชาติในที่ครูนุ้ยได้นำมาแบ่งปันในครั้งนี้ ถึงแม้จะมีโอกาศแบ่งปันได้แค่ 2 เรื่อง แต่ก็เป็น 2 เรื่องที่มีความสำคัญมากสำหรับนักร้องคุณภาพ และก็เป็นสิ่งยืนยันได้ว่า การได้มีประสบการณ์ร่วมร้องในคณะหรือกลุ่มนักร้องประสานเสียงเป็นสิ่งสำคัญ มีความจำเป็น และมีประโยชน์อย่างยิ่ง สมควรที่ผู้ที่รักการร้องเพลงและต้องการฝึกพัฒนาการร้องเพลงอย่างจริงจังไม่ว่าจะแนวเพลงไหนก็ตามควรจะหาโอกาศเรียนรู้และสร้างประสบการณ์ด้านนี้เป็นอย่างยิ่ง ประโยชน์หรือสิ่งที่จะได้รับจากการร้องประสานเสียงยังมีอีกเยอะที่ครูนุ้ยไม่ได้นำมาแบ่งปันให้ทราบ ครูนุ้ยอยากให้ทุกคนได้ลองเข้าไปสัมผัสด้วยตัวเอง แล้วเราก็จะรู้ด้วยตัวเองว่าจะได้รับสิ่งที่มีค่าอะไรเพิ่มอีกมามาย แล้วลองมาเล่าหรือแบ่งปันให้กันฟังบ้างนะครับ

Loading Facebook Comments ...